เกี่ยวกับเรา

แนวทางนโยบายของ Think Forward Center (ศูนย์ศึกษานโยบายเพื่ออนาคต)

ประเทศไทยในห้วงเวลาปัจจุบันกำลังติดกับดักและหลุมลึกในหลายมิติจนไม่สามารถเติบโตและพัฒนาได้อย่างที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะเป็นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (หรือ middle income trap) กับดักความยากจน กับดักโครงสร้างประชากร กับดักของมลพิษ กับดักของความเหลื่อมล้ำ ทั้งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ รวมถึงกับดักของระบอบเผด็จการอำนาจนิยม ที่ส่งผ่านทางรัฐธรรมนูญ 2560

ชีวิตของคนไทยในยุคปัจจุบันจึงต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล และต้องอยู่กับอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาระหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นจนสูงกว่าระดับ 90% ของ GDP ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า การเข้ามาของเครื่องจักรและปัญญาประดิษฐ์ที่ทดแทนแรงงาน ความเสี่ยงที่ผู้คนมากกว่า 3 ล้านคนจะต้องตกงานในอนาคต การขาดระบบสวัสดิการสังคมที่ครอบคลุมและเพียงพอ การดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ปัญหาคุณภาพการศึกษาและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มลพิษทางอากาศและมลพิษทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ฯลฯ

พรรคก้าวไกล มิได้มองปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาแบบแยกส่วน หรือเป็นปัญหาทางเทคนิคเฉพาะเรื่อง หากแต่อยู่ภายใต้โครงสร้างของอำนาจที่ไม่เป็นธรรมในสังคมไทย หากเปรียบปัญหาเหล่านี้เป็นยอดของภูเขาน้ำแข็ง ส่วนใต้ของภูเขาน้ำแข็งอันมหึมา ก็เต็มไปด้วย (ก) ความด้อยประสิทธิภาพของการบริหารราชการภาครัฐที่แยกส่วน ไม่มีกลไกแสดงความพร้อมรับผิดที่ชัดเจน และมีทัศนคติที่ไม่เชื่อมั่น/ไว้วางใจประชาชน และ (ข) โครงสร้างอำนาจที่ผูกขาด ไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ

เพราะฉะนั้น แนวนโยบายของการพัฒนาประเทศของพรรคก้าวไกล ที่นำเสนอโดย Think Forward Center จึงมิได้เสนอนิทานความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจ (แบบระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก) หรือนโยบายโปรโมชั่น/เยียวยาระยะสั้น หรือการแนะนำให้ประชาชนแสวงหาทางออกด้วยการพึ่งพาตนเองเพียงลำพัง แต่แนวนโยบายของพรรคก้าวไกลจะตั้งอยู่บนฐานของการปรับความสัมพันธ์ของอำนาจทั้งหมดในสังคมไทย ให้เป็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียม ก้าวหน้า และพึ่งพาซึ่งกันและกันได้อย่างเป็นระบบมากกว่าเดิม

Think Forward Center เห็นว่า โครงสร้างอำนาจที่เป็นพื้นฐานที่สุดภายใต้อนาคตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความเปราะบางคือ ความเข้มแข็งของประชาชนแต่ละคน ความเข้มแข็งของประชาชนแต่ละคนจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการรับมือกับวิกฤตและความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสังคมส่วนรวม พรรคก้าวไกลจึงเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในการจัดสวัสดิการพื้นฐานแบบถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุนเด็กและเยาวชน สวัสดิการและการคุ้มครองแรงงานทุกคน โดยลดความแตกต่างระหว่างแรงงานในระบบและนอกระบบลงให้เหลือน้อยที่สุด บำนาญพื้นฐานผู้สูงอายุ ในอัตราที่เพียงพอต่อการยังชีพ สวัสดิการถ้วนหน้าเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำหรับการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และการพัฒนาศักยภาพตามเส้นทางที่ตนมุ่งหวังในแต่ละช่วงวัย และแต่ละอาชีพ/งาน ในลำดับต่อไป

Think Forward Center เห็นว่า โครงสร้างอำนาจที่เป็นพื้นฐานที่สุดภายใต้อนาคตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความเปราะบางคือ ความเข้มแข็งของประชาชนแต่ละคน ความเข้มแข็งของประชาชนแต่ละคนจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการรับมือกับวิกฤตและความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับเสถียรภาพทางการคลังของรัฐบาล Think Forward Center มีแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิรูประบบการคลังภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปภาษีอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ระบบภาษีทั้งภาษีรายได้ ภาษีทรัพย์สิน และภาษีทางอ้อม เป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่ผ่านมา และการปฏิรูประบบงบประมาณ โดยจะมีการแยกหมวดสวัสดิการของประชาชนโดยตรงขึ้นมาเป็นหมวดเฉพาะ (แทนการฝากหรือกระจายอยู่ตามหน่วยของงบประมาณต่างๆ) เพื่อความโปร่งใสและการสร้างความไว้วางใจของประชาชน ว่าการปฏิรูประบบภาษีที่กล่าวถึงนั้นจะเป็นไปเพื่อการเพิ่มสวัสดิการของประชาชนโดยตรงเป็นการตอบแทน มิใช่เป็นไปเพื่อการเพิ่มงบประมาณของหน่วยราชการและข้าราชการเช่นที่ผ่านๆ มา

เมื่อประชาชนมีสวัสดิการพื้นฐานที่เพียงพอในการดำเนินชีวิตแล้ว การพัฒนาก้าวถัดมาที่สำคัญมากคือ การศึกษาและการเรียนรู้ เพราะการศึกษาและการเรียนรู้คือ การต่อยอดขีดความสามารถของประชาชนแต่ละคน แต่ละชุมชน ให้สามารถพัฒนาศักยภาพไปในแนวทางที่ตนต้องการ แต่การพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ที่เป็นอยู่ยังอยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจที่ซ้อนทับลงในการศึกษาและการเรียนรู้ของผู้คน ผ่านทางหลักสูตรและการประเมินผล (และการสอบแข่งขัน) ที่ยังปิดกั้นหรือไม่ส่งเสริมศักยภาพของผู้คนได้อย่างแท้จริง

Think Forward Center จึงมุ่งมั่นที่จะปลดล็อกการศึกษาในระบบการศึกษาหลักให้ผู้เรียน คุณครู มทางเลือกที่มากขึ้น และขณะเดียวกันก็จะเปิดกว้างระบบการเรียนรู้ โดยมีการลงทุนในการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ ทั้งสำหรับวัยเรียน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ในทุกระดับ และในทุกมิติของการดำเนินชีวิต และการดำเนินความสัมพันธ์ในสังคม

ก้าวต่อมาที่มีความสำคัญต่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทยคือ การสร้างงานที่มีคุณค่าสำหรับคนไทย ในอดีตที่ผ่านมา การสร้างงานมักถูกมองเฉพาะจากแง่มุมทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่พรรคก้าวไกลเห็นว่า การสร้างงานในเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ (หรือ New Growth Engine) สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งการสร้างงานในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพียงแต่รัฐบาลและหน่วยราชการต้องมองเห็นคุณค่าของกระบวนการทำงานนั้น และแปรเปลี่ยนกระบวนการทำงานนั้นให้ออกมาเป็นงานหรือาชีพสำหรับประชาชนในวงกว้าง

โดยผ่าน

  • ระบบการเชื่อมโยงผู้ที่ต้องการรับบริการและผู้ต้องการให้บริการเข้าด้วยกัน
  • การสร้างความสามารถในการเข้าถึงบริการเหล่านั้น ผ่านการลงทุนของรัฐบาล และการเพิ่มกำลังซื้อของผู้ที่ต้องรับบริการจากระบบสวัสดิการพื้นฐานถ้วนหน้า ที่ได้กล่าวถึงในตอนต้น และ
  • การพัฒนาระบบดำเนินการ (หรือระบบตลาด) ที่จะสอดรับการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของผู้ให้บริการ เพื่อให้กลายเป็นงานที่มีคุณค่าและมีความมั่นคงมากขึ้นในระยะยาว

ในมิติทางสังคม ตัวอย่างการสร้างงานที่มีคุณค่าคือ การสร้างงานผ่านระบบเศรษฐกิจการดูแลกันและกัน (หรือ caring economy) ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเด็กเล็ก การดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้ช่วยดูแลคนพิการ การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

การสร้างงานผ่านระบบเศรษฐกิจการดูแลกันและกันนอกจากจะเป็นผลให้เกิดการจ้างงานหลายแสนอัตราแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการลดภาระงานของคนในครอบครัว เพื่อที่จะสามารถทำงานของตนได้อย่างเต็มขีดความสามารถ โดยไม่ต้องกังวลหรือลาออก (หรือลดเวลาการทำงาน) เพื่อมาดูแลสมาชิกในครอบครัวของตน พรรคก้าวไกลโดย Think Forward Center จะออกแบบการสร้างระบบเศรษฐกิจการดูแลซึ่งกันและกัน โดยเชื่อมโยงกับระบบสวัสดิการถ้วนหน้า และการพัฒนาคุณภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ดูแลอย่างเป็นระบบ

ในมิติทางสิ่งแวดล้อม การสร้างงานที่มีคุณค่า หมายถึง การสร้างงานในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การเพาะกล้าไม้และการดูแลต้นไม้ ทั้งในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม และในพื้นที่เมือง การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานงานแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวภาพ การจัดการขยะและเศษอาหาร การผลิตปุ๋ยจากขยะอินทรีย์ และการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ โดย Think Forward Center จะให้ความสำคัญในเรื่องการวิจัยและพัฒนา การลงทุนเพื่อให้เกิดการสร้างงานบนฐานเศรษฐกิจสีเขียว และการบรรลุเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อม ตามกรอบของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ นอกจากนี้ Think Forward Center จะเสนอนโยบายที่ชัดเจนในการลด/เลิกการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ เพื่อมิให้กระทบกับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม และการสร้างงานบนฐานเศรษฐกิจสีเขียวภายในประเทศ

ส่วนในมิติทางเศรษฐกิจนั้น การสร้างงานที่มีคุณค่าจะเน้นที่การสร้างงานใน (ก) สาขาการผลิตที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น เช่น สาขาที่เกี่ยวกับระบบดิจิทัล สาขาที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ (ข) สาขาที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง เช่น สาขาอาหารและโภชนาการ สาขาบันเทิงและนันทนาการ และ (ค) สาขาที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ เช่น สาขาการขนส่ง (รวมถึงระบบขนส่งมวลชน) สาขาโลจิสติกส์ หรือสาขาการออกแบบพื้นที่และพัฒนาเมือง เป็นต้น โดยกลไกสำคัญของการสร้างงานในมิติทางเศรษฐกิจจะเป็นไปตามกลไกตลาดเสรี โดยที่รัฐบาลจะเข้าไปเชื่อมต่อจุดที่ยังขาดหายไป หรือยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินการในสาขานั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวงจร และเพื่อเสริมหนุนให้ผู้บริโภคและผู้ที่อยู่ในระบบทั้งหมด สามารถเข้าถึงทางเลือกอื่นๆ ได้อย่างทั่วถึง และเป็นธรรมให้มากที่สุด

ในภาพรวม การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมแบบถ้วนหน้า ระบบการดูแลกันและกัน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างงานที่มีคุณค่าตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ล้วนมีกลไกหรือตัวเชื่อมต่อสำคัญคือ การคืนอำนาจในการบริหารจัดการสู่ระดับท้องถิ่นและชุมชน ทั้งในเชิงของงบประมาณ อำนาจการตัดสินใจ และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของภาคประชาชน พรรคก้าวไกลมีนโยบายที่ชัดเจนในการเพิ่มอำนาจการตัดสินใจและงบประมาณสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกระดับ การลดอำนาจและงบประมาณของราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ลงไปทับซ้อนในการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ก็เร่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกระจายโอกาสและอำนาจในการตัดสินใจ และงบประมาณลงไปสู่ชุมชน องค์กรชุมชน กลุ่ม และประชาชน ให้เป็นผู้มีอำนาจและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในภาพรวม การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมแบบถ้วนหน้า ระบบการดูแลกันและกัน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างงานที่มีคุณค่าตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ล้วนมีกลไกหรือตัวเชื่อมต่อสำคัญคือ การคืนอำนาจในการบริหารจัดการสู่ระดับท้องถิ่นและชุมชน

ในขณะที่ด้านหนึ่ง การสร้างงานและเศรษฐกิจใหม่ของพรรคก้าวไกลจะให้ความสำคัญกับการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงในระดับท้องถิ่น อีกด้านหนึ่ง ขอบเขตการสร้างงานและเศรษฐกิจใหม่ที่ Think Forward Center เสนอ ก็จะมิได้มองเฉพาะในขอบเขตของระบบเศรษฐกิจไทยเท่านั้น แต่ Think Forward Center เชื่อมั่นในขีดความสามารถและศักยภาพของผู้ประกอบการชาวไทยในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นสาขาการดูแลกันและกัน สาขาพลังงานหมุนเวียน สาขาขนส่ง สาขาอาหารและโภชนาการ สาขาการเรียนรู้และนันทนาการ ฯลฯ ที่จะสร้าง/ขยายตลาด ทั้งตลาดสินค้า ตลาดบริการ และตลาดงานได้ในระดับประชาคมอาเซียน โดยจะดำเนินนโยบายการสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่อย่างจริงจัง ในการขยายงานในตลาดอาเซียน ซึ่งการทำเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ทั้งสำหรับประเทศต้นทาง (หมายถึง ไทย) และประเทศปลายทาง ที่จะได้รับความรู้และยกระดับงานที่มีคุณค่า และคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศนั้นไปพร้อมๆ กันด้วย

เพราะฉะนั้น ในมิติของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พรรคก้าวไกล โดย Think Forward Center จึงให้ความสำคัญกับการสานความสัมพันธ์กับประเทศในอาเซียนและประเทศอื่นๆ อย่างใกล้ชิด และพยายามที่จะสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ มิติทางวัฒนธรรม มิติทางสิ่งแวดล้อม และมิติทางสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย โดยพยายามจะใช้ความมุ่งมั่นในการเคารพหลักการประชาธิปไตย การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การเคารพในความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม บวกกับความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการในศาสตร์และสาขาที่ประเทศเหล่านั้นสนใจ เช่น การท่องเที่ยว อาหารและโภชนาการ การดูแลกันและกัน การศึกษาและเรียนรู้ ดนตรี กีฬา ภาพยนตร์ และวัฒนธรรม หรือที่เรียกรวมกันว่า soft power ของไทย เป็นแนวทางสำคัญในการสานความสัมพันธ์กับมิตรประเทศอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

แต่นโยบายทั้งหมดนี้คงเกิดขึ้นได้ยาก หากโครงสร้างทางอำนาจที่ไม่เป็นธรรมยังคงดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าอำนาจของกองทัพที่เข้ามาก้าวก่ายในทางการเมือง ระบบยุติธรรมที่คนจนยังขาดการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม หรือบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ที่ยังมีอำนาจเหนือตลาด (หรือผูกขาด) พรรคก้าวไกลจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขจัดหรือลดอิทธิพลของโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้อย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรงไปตรงมา ตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย พรรคก้าวไกลจะเอาจริงเอาจังกับการปฏิรูปกองทัพ การปฏิรูประบบยุติธรรม การป้องกันการผูกขาดและอำนาจเหนือตลาดของธุรกิจขนาดใหญ่ และการพัฒนาระบบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง

เช่นเดียวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และการลด/ขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นในการบริหารราชการแผ่นดินในทุกระดับ ก็เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการขับเคลื่อนประเทศไทยตามแนวนโยบายของพรรค

พรรคก้าวไกลโดย Think Forward Center เชื่อมั่นในแนวทาง (ก) การสร้างความโปร่งใสในระบบราชการ ด้วยระบบการเปิดเผยข้อมูล open government ในทุกระดับ (ข) การเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน และองค์กรชุมชนในการกำหนดงบประมาณรายจ่าย อย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการเสนอของบประมาณจนถึงขั้นตอนการใช้งบประมาณ และการประเมินผลการใช้งบประมาณอย่างจริงจัง (ค) การสร้างระบบความพร้อมรับผิด (accountability) ในการดำเนินตามภารกิจของหน่วยงานภาครัฐอย่างจริงจัง และ (ง) การสนับสนุนให้ประชาชน องค์กรชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานราชการ/หน่วยงานรัฐอย่างเป็นระบบ ตามแนวทางและมาตรฐานขององค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ภายใต้แนวนโยบายทั้งหมดที่กล่าวมา พรรคก้าวไกลเชื่อว่า โครงสร้างอำนาจและความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมอันเป็นต้นเหตุหรือกับดักที่สำคัญที่สุดในสังคมไทยจะได้รับการแก้ไข/ปรับปรุง ไปพร้อมๆ กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และการเสริมหนุนความเข้มแข็งและการเพิ่มอำนาจโดยตรงกับประชาชนแต่ละคนอย่างถ้วนหน้า เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มความสามารถ และได้เข้ามามีส่วนตรวจสอบและมีส่วนช่วยการทำงานของภาครัฐ ในการพลิกโฉมความสัมพันธ์ทางอำนาจในประเทศอย่างแท้จริง